สําหรับบทความนี้ จะรวบรวม คําสั่ง docker ที่ควรรู้ คําสั่งที่ใช้งานบ่อยๆ ผมจะไม่ลงลึกถึงรายละเอียดของแต่ละคําสั่งมานะครับ
1. docker ls เป็นคําสั่งดูว่าขณะนี้มี container ตัวไหนรันอยู่บ้าง รูปแบบการใช้คําสั่งคือ
docker ls
2. docker images เป็นคําสั่งดูว่าในเครื่องเรามี Image อะไรอยู่บ้าง หมายถึง image ที่ pull มาอยู่บนเครื่องเราแล้ว วิธีใช้คือ
docker images
3. docker rm เป็นทําสั่งสําหรับลบ container รูปแบบการใช้งานทําสั่งคือ
docker rm [ชื่อ หรือid ของ container]
***จะลบได้เฉพาะ container ที่ stop อยู่เท่านั้น ถ้าต้องการลบ container ที่กําลังรันอยู่ ให้เพิ่ม option -f เข้าไป 4. docker rmi เป็นคําสั่งลบ image ที่อยู่ในเครื่อง รูปแบบคําสั่งคือ
docker rmi [ชื่อ หรือid ของ image ที่จะลบ]
***จะไม่สามารถลบ Image ที่มี container รันอยู่ได้ 5. docker run เป็นคําสั่ง run container รูปแบบการใช้งานคําสั่งคือ
docker run [option] [ชื่อ image] [command]
ตัวอย่าง
docker run --name some-nginx -v /some/content:/usr/share/nginx/html:ro -d nginx
6. docker start คําสั่ง start container วิธีใช้คือ
docker start [ชื่อ container]
7. docker stop คําสั่ง stop container
docker stop [ชื่อ container]
5. docker stats คําสั่งใช้ดูการใช้ Resource ของแต่ละ Containner (CPU, RAM) รูปแบบการใช้คือ
docker stats
1. docker-compose ps คําสั่งสําหรับดูว่าขณะนี้มี container ตัวไหนรันอยู่บ้าง (ใน docker-compose ที่เราทํางานอยู่) วิธีใช้คือ
docker-compose ps
2. docker-compose up คําสั่งสําหรับ start container ทั้งหมดใน docker-compose ที่เราทํางานอยู่ รูปแบบการใช้งานคือ
docker-compose up [option]
ตัวอย่าง ถ้าต้องการรัน conatiner และ build image ด้วย ใช้คําสั่งนี้
docker-compose up -d --build
3. docker-compose down คําสั่ง stop พร้อมทั้งลบ container ด้วย (ใน docker-compose ที่เราทํางานอยู่) รูปแบบคําสั่งคือ
docker-compose down
4. docker-compose stop คําสั่ง stop container ใน docker-compose ที่เราทํางานอยู่ รูปแบบคําสั่งคือ
docker-compose stop
คําสั่งของ docker swarm 1. docker swarm init เป็นคําสั่งสําหรับสร้าง docker swarm menager (leader) รูปแบบคําสั่งคือ
docker swarm init
2. docker node ls เป็นคําสั่งสําหรับดู node ทั้งหมดใน swarm วิธีใช้คือ
docker node ls
3. docker node rm เป็นคําสั่งที่ใช้ ลบ node รูปแบบคําสั่งคือ
docker node rm [ชื่อ node]
4. docker swarm join เป็นคําสั่งที่ทําให้เครื่องของเราไป join ใน swarm วิธีใช้คือ
docker swarm join [token ได้จาก manager] [ip ของเครื่อง manager]
5. docker swarm join-token เป็นคําสั่งใช้ get token manager หรือ get token worker เพื่อเป็น token ให้เครื่องอื่นๆมา join ใน swarm รูปแบบคําสั่งคือ
docker swarm join-token [manager/worker]
6. docker service create เป็นคําสั่งที่ใช้สร้าง service รูปแบบการใช้คําสั่งคือ
docker service [option] [image name] [command]
ตัวอย่าง
docker service create --replicas [จํานวน task ที่ต้องการ] --name [ชื่อ service] -p [port] [image ที่ต้องการ]
7. docker service ls เป็นคําสั่งสําหรับใช้ดูว่าตอนนี้มี service ตัวไหนรันอยู่บ้าง วิธีใช้คือ
docker service ls
8. docker service ps เป็นคําสั่งดู task ของ service
docker service ps [service name]
9. docker service rm คําสั่งลบ service วิธีใช้คือ
docker service rm
10. docker service scale เป็นคําสั่ง scale task หรือ container
docker service scale [ชื่อ service]=[จํานวน task หรือ container ที่ต้องการ]
11. docker swarm leave คําสั่งเอาเครื่องตัวเอง (เครื่องที่รันคําสั่งนี้) ออกจาก swarm วิธีใช้คือ
docker swarm leave
1. ลบ container ทั้งหมดในคําสั่งเดียว วิธีการลบ container ทั้งหมดภายในคําสั่งเดียวคือ
docker rm $(docker pa -a -q)
2. ลบ image ทั้งหมดในคําสั่งเดียว วิธีการลบ image ทั้งหมดภายในคําสั่งเดียวคือ
docker rmi $(docker images -q)

ที่มาของข้อมูลและรูปภาพ docker.com
วงจรเร็กติไฟร์ หรือเรียกเป็นภาษาไทยว่า วงจรเรียงกระแส วงจรนี้จะทําหน้าที่แปลงไฟฟ้ากระแสสลับให้เป็นไฟฟ้ากระแสตรง โดยจะใช้ไดโอดเป็นอุปกรณ์หลักของวงจร ซึ่งชนิดของไดโอดที่นิยมนํามาใช้คือ ชนิดซิลิกอน วงจรเร็กติไฟร์มีอยู่ด้วยกัน 3 แบบ ดังนี้
เหรียญ 10 บาท ๑๐๐ ปี กรมศิลปากร พ.ศ.2554 กระทรวงการคลังได้จัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเนื่องในโอกาสครบ ๑๐๐ ปี กรมศิลปากร ในวันที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
BMS ย่อมาจาก Battery Management System หรือถ้าแปลเป็นไทยก็คือ ระบบจัดการแบตเตอรี่ ซึ่งจะทําหน้าที่ในการ Maintain balance cell battery เพื่ออัดไฟให้เต็มมากที่สุด และยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ หากยังนึกภาพไม่ออก ผมจะยกตัวอย่างดังนี้ครับ เมื่อเรานําแบตเตอรี่หลายๆก้อนมาต่อกันแบบอนุกรมเพื่อให้ได้แรงดันไฟฟ้าตามที่เราต้องการแบบในรูป